DRIVEN BASE

เด็นโซ่ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก

เมืองคาริยะ (ประเทศญี่ปุ่น) – บริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานทั่วโลกประจำครึ่งปีแรกของปีงบประมาณที่จะสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 สรุปดังนี้

  • รายได้รวม 2,176,900 ล้านเยน (21,500 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 2.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • กำไรจากการดำเนินงานรวม 142,700 ล้านเยน (1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 3.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่รวม 97,500 ล้านเยน (964.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 13.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

“ถึงแม้ว่าปริมาณการผลิตและยอดขายจะเติบโตมากขึ้น แต่รายได้และกำไรจากการดำเนินงานนั้นลดลง ซึ่งเป็นผลจากการที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น” นายโคจิ อะริมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น กล่าว

ในประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ด้วยปริมาณการผลิตที่มากขึ้น จึงนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของรายได้ถึง 1,292,300 ล้านเยน (12,800 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 0.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการขายสินค้าโดยการส่งออกนั้น ก็ส่งผลให้มีกำไรจากการดำเนินงานลดลง เหลือเพียง 52,600 ล้านเยน (519.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งลดลง 26.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 

ในทวีปอเมริกาเหนือ แม้ว่าจะมีการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของยอดขาย รวมถึงได้แรงหนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ส่งผลให้มีรายได้ลงลด เหลือเพียง 516,600 ล้านเยน (5,100 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 7.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิต จึงทำให้มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 29,500 ล้านเยน (291.9 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 18.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในทวีปยุโรป การผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของยอดขายนั้น เป็นผลมาจากการฟื้นตัวในระดับปานกลางของตลาด แต่ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ส่งผลให้มีรายได้ลงลด เหลือเพียง 280,200 ล้านเยน (2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 5.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิต จึงส่งผลให้มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 9,300 ล้านเยน (92.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 50.9 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในทวีปเอเชีย แม้ว่าจะมีการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของยอดขาย แต่ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลให้มีรายได้ลงลดเหลือเพียง 539,300 ล้านเยน (5,300 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 6.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิต ส่งผลให้ทวีปเอเชียมีกำไรจากการดำเนินงาน 46,100 ล้านเยน (456.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 9.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สำหรับในภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะทวีปอเมริกาใต้ รวมทั้งประเทศบราซิลและประเทศอาร์เจนติน่า มีรายได้รวม 30,500 ล้านเยน (301.9 ล้านเหรียญสหรัฐ) ลดลง 5.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 1,700 ล้านเยน (17.1 ล้านเหรียญสหรัฐ)

“เมื่อพิจารณาแนวโน้มของตลาด เราจึงตัดสินใจปรับการประมาณการสำหรับผลการดำเนินงานทั้งปีงบประมาณ” นายอะริมะ กล่าว (อัตราการคำนวณแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งปีงบประมาณคือ 105 เยน ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ และ 117 เยน ต่อ 1 ยูโร)

ประมาณการงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560

 

ประมาณการประจำปี

(ฉบับเดิม)

ประมาณการประจำปี

(ฉบับแก้ไข)

รายได้

4,400,000 ล้านเยน

(43,500 ล้านเหรียญสหรัฐ)

4,380,000 ล้านเยน

(43,300 ล้านเหรียญสหรัฐ)

กำไรจากการดำเนินงาน

284,000 ล้านเยน

(2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ)

290,000 ล้านเยน

(2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ)

กำไรก่อนหักภาษี

310,000 ล้านเยน

(3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ)

310,000 ล้านเยน

(3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ)

กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่

203,000 ล้านเยน

(2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)

204,000 ล้านเยน

(2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)

(หมายเหตุ)

การประมาณการดังกล่าวนี้เป็นการคาดการณ์จากฐานข้อมูลตามวันที่ประกาศซึ่งผลที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างจากนี้เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 

อัตราค่าเงินเหรียญสหรัฐคิดที่ 101.12 เยน ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณที่ใช้กันในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่กรุงโตเกียว ณ วันที่ 30 กันยายน 2559