DRIVEN BASE

เด็นโซ่ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่สาม

– ปรับประมาณการผลการดำเนินงานทั้งปีของเด็นโซ่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง –

เมืองคาริยะ (ประเทศญี่ปุ่น) ― บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก บริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานทั่วโลกสำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปีงบประมาณที่จะสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 สรุปดังนี้

  • รายได้รวม 3,699,100 ล้านเยน (32,700 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 11.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • กำไรจากการดำเนินงานรวม 314,600 ล้านเยน (2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 27.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
  • กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่รวม 251,300 ล้านเยน (2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 31.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

“รายได้ของเด็นโซ่ที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นผลมาจากปริมาณการผลิตยานยนต์และยอดขายที่เติบโตมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทย่อยที่รวมเข้าใหม่ยังสนับสนุนรายได้ให้เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งกำไรจากการดำเนินงานของเด็นโซ่ก็พบว่าเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ เป็นผลมาจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นร่วมกับความพยายามในการลดต้นทุนต่าง ๆ ของบริษัท” นายยะซุชิ มัตซุอิ กรรมการบริหาร บริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น กล่าว

ในประเทศญี่ปุ่น จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตยานยนต์และผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่รวมเข้าใหม่ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2,231,700 ล้านเยน (19,700 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 12.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และผลจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตตลอดจนความพยายามในการลดต้นทุนต่าง ๆ ก่อให้เกิดกำไรจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 161,100 ล้านเยน (1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ) ปรับปรุงจากเดิม 50.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในทวีปอเมริกาเหนือ การขยายตัวของยอดขายนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของรายได้ถึง 840,200 ล้านเยน (7,400 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ในส่วนกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 31,200 ล้านเยน (300 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งลดลง 28.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคา

ในทวีปยุโรป จากการเพิ่มขึ้นของทั้งปริมาณการผลิตยานยนต์และการขยายตัวของยอดขายเป็นผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 476,800 ล้านเยน (4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 14.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคา จึงส่งผลต่อการลดลงของกำไรจากการดำเนินงานถึง 14,000 ล้านเยน (100 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือลดลง 1.9 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในทวีปเอเชีย เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นทั้งการผลิตยานยนต์และการขยายตัวของยอดขาย จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 973,900 ล้านเยน (8,600 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 16.0 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และจากผลของการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตนั้น ก่อให้เกิดกำไรจากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 100,600 ล้านเยน (900 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 25.0 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สำหรับในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งมีทวีปอเมริกาใต้ รวมทั้งประเทศบราซิลและประเทศอาร์เจนติน่าเป็นหลัก มีรายได้รวม 61,500 ล้านเยน (500 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 31.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 11,300 ล้านเยน (100 ล้านเหรียญสหรัฐ)

“เมื่อพิจารณาถึงผลการดำเนินงานไตรมาสที่สาม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เกิดขึ้นล่าสุด เราจึงตัดสินใจปรับประมาณการรายได้ตลอดทั้งปีอีกครั้ง” นายมัตซุอิ กล่าว

(อัตราการคำนวณแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใช้คำนวณสำหรับทั้งปีงบประมาณ คือ 111 เยนต่อ 1 เหรียญสหรัฐ และ 128 เยนต่อ 1 ยูโร)

ประมาณการงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561

 

ประมาณการประจำปี
(ฉบับเดิม)

ประมาณการประจำปี
(ฉบับแก้ไข)

รายได้

5,000,000 ล้านเยน
(44,200 ล้านเหรียญสหรัฐ)
5,030,000 ล้านเยน
(44,500 ล้านเหรียญสหรัฐ)

กำไรจากการดำเนินงาน

390,000 ล้านเยน
(3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ)
395,000 ล้านเยน
(3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ)

กำไรก่อนภาษีเงินได้

430,000 ล้านเยน
(3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ)
435,000 ล้านเยน
(3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ)

กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่

300,000 ล้านเยน
(2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ)
306,000 ล้านเยน
(2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ)

หมายเหตุ:

การประมาณการดังกล่าวนี้เป็นการคาดการณ์จากฐานข้อมูลตามวันที่ประกาศซึ่งผลที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างจากนี้เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อัตราค่าเงินเหรียญสหรัฐคิดที่ 113.00 เยน ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณที่ใช้กันในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่กรุงโตเกียว ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2560

เกี่ยวกับเด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น

บริษัท เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองคาริยะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์และเทคโนโลยีชั้นนำของโลกในกลุ่มสินค้าด้านระบบปรับอากาศ ระบบส่งกำลัง ระบบไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสารสนเทศและความปลอดภัย ซึ่งมีลูกค้าเป็นผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลก กลุ่มบริษัทเด็นโซ่มีมากกว่า 200 สาขาใน 38 ประเทศทั่วโลก (รวมทั้งในประเทศญี่ปุ่น) และมีพนักงานประมาณ 150,000 คน มีผลประกอบการทั่วโลกประจำปีงบประมาณสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 ทั้งสิ้น 40,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้งบลงทุนเพื่อการวิจัยและการพัฒนาจำนวน 9.0 เปอร์เซ็นต์ของผลประกอบการทั่วโลกในปีงบประมาณที่ผ่านมาและเปิดจำหน่ายหุ้นสามัญที่ตลาดหุ้นโตเกียวและนาโกย่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.denso.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ข่าวสารของเด็นโซ่ได้ที่ www.denso.com/global/en/news/media-center/