เด็นโซ่เข้าร่วมงานสัมมนา “โลกร้อน…นำเข้า-ส่งออกร้อนตาม?” ในงาน Motor Show ครั้งที่ 43

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2565 ดร.ธีระวัฒน์ ลิมปิบันเทิง ประธานบริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (Siam DENSO Manufacturing Co., Ltd.: SDM) ได้รับเกียรติเป็นผู้บรรยายในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “โลกร้อน…นำเข้า-ส่งออกร้อนตาม?” ซึ่งจัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA)  ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 (The 43rd Bangkok International Motor Show) ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ และเสริมสร้างความเข้าใจในนโยบายปฏิรูปสีเขียวของยุโรป (European Green Deal) มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนหรือ CBAM และคาร์บอนเครดิต โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ อาทิเช่น คุณกิจวัตร ทาเจริญ นักการทูตชำนาญการ (ที่ปรึกษา) และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ คุณโชติมา  เอี่ยมสวัสดิกุล  รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ คุณนพรัตน์ พรหมอินทร์ ผู้จัดการสำนักส่งเสริมตลาดคาร์บอนและนวัตกรรม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ดร.ธีระวัฒน์ ในฐานะผู้แทนบริษัทฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับเป้าหมายที่เด็นโซ่มีนโยบายในการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี 2035 โดยอาศัยแนวคิดในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักการ “Lean and Clean Factory” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันไปในเวลาเดียวกัน โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม 3 ด้านดังต่อไปนี้

1. Lean Manufacturing and Automation คือการลดความสูญเปล่าในการผลิตอย่างถึงที่สุดและนำระบบอัตโนมัติมาใช้เท่าที่จำเป็นในการ
            ปรับปรุง Productivity

2. Lean Energy คือการลดความสูญเปล่าในการใช้พลังงานรวมถึงจากกระบวนการที่มองไม่เห็นในเครื่องจักรโดยนำระบบ IoT มาช่วยในการ
            
ตรวจจับและการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

        3. Clean Energy คือการนำพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มาใช้ในกระบวนการผลิตรวมถึงการใช้ประโยชน์จากระบบ Carbon
            Credit เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็น Carbon Neutrality

งานสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่เด็นโซ่ได้สร้างการรับรู้เรื่องภาวะโลกร้อน และได้เผยแพร่แนวคิดในการลดการใช้พลังงานพร้อมกับปรับปรุงกระบวนการผลิตสู่การใช้พลังงานสะอาดให้แก่สาธารณะชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง รวมถึงตระหนักถึงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน และเป็นตัวอย่างขององค์กรที่สามารถปรับตัวดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมถึงกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ต่อไปในอนาคต